2005/Sep/21

มาแล้ว มาแล้ววววว ไม่ได้หายไปไหน ชีวิตนี้มีแต่งาน โว้ โว เย่ เย้

แล้วแต่ละอันด่วนๆ ทั้งนั้น

วันนี้พอเริ่มซาๆแระ เลยแว๊บ มาอัพไดฯนิดนึง อิอิอิ

มาเดี๋ยวจะบอกให้ว่าไปทำอะไรที่ไหนมาบ้าง





เริ่มจากวันศุกร์ที่ผ่านมา

วันทั้งวัน เตรียมแต่ของขวัญ ทำคูปอง เตรียมไปงาน Family Day

ที่บริษัทจัดขึ้นเพื่อให้ครอบครัวของพนักงาน มาเล่นกีฬาร่วมกัน

แค่เตรียมของ เวลาก็หมดไปแล้ว 1 วัน





มาถึงวันเสาร์ แต่เช้า ก็เดินทางไปชลบุรี

เพื่อร่วมงานFamily Day เจอแต่ลูกและภรรยา ของพนักงานเต็มไปหมด

ทำไมไม่มีคนโสดเลยว๊า หาไม่เจอเลย เอิ๊กกกก

เด็กๆน่ารักดี แข่งกีฬากันอย่างสนุกสนาน

และเนื่องจากคนส่วนใหญ่ออกกำลังกายกันเป็นประจำ (ประชด)

ก็เลยมีบ้างคนเป็นตะคริวมั่งล่ะ ขาเคล็ดมั่งล่ะ ได้แผลหกล้มมั่งล่ะ

นกก็มีร่องรอยจากการแข่งชักเย่อมาด้วยเหมือนกัน

คือ แขนช้ำ จากเชือกตอนดึงชักเย่อ ตอนที่แข่งรู้สึกเจ็บมือมากกว่า

แต่ไหงมีรอยช้ำที่แขนหว่า เป็นรอยเชือกเลย ก๊ากกก

ใครที่ไม่รู้ สงสัยนึกว่าโดนสามีซ้อมมาแหงๆเลย ก๊ากกกกก

และแล้วจากการออกกำลังกายอย่างหักโหมเมื่อวันเสาร์

ส่งผลทำให้ วันอาทิตย์ขยับกายไปไหนไม่ได้

เพราะมันเมื่อยล้าไปทั้งตัว ปวดเมื่อยตามตัวมากกกก

ก็ทำได้เพียงแค่ ออกไปทำพิธียกเสาเอกที่บ้านใหม่

กรี๊ดดดดดด บ้านได้ฤกษ์ยกเสาแล้วน๊า เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

แล้วตอนที่เค้าจะยกเสาเอกนี่แระ ด้วยความไม่รู้ของนก

นกก็กำลังถ่ายวีดีโอตอนที่เค้าต้องใส่ เงินลงในหลุมเสา

คือต้องถ่ายไปในหลุมใช่ป่ะ แล้วด้วยใจที่จดจ่ออยู่กับหลุม

นกก็เอาขาสองข้างของนก คร่อมเสาเอกไว้เลย

พวกคนงานโวยวายใหญ่เลย เฮ้ยยยย ห้ามคร่อมเสาเอก

อ้าวกรรม ใครจะรู้ล่ะ ไม่เคยรู้มาก่อนนิ คร่อมไปแล้วอ่ะ

ทำไงอ่ะ ก็ไม่เห็นทำไร ก็ยกเสานั้นขึ้นเหมือนเดิม

โธ่ แล้วทำเป็นโวยวาย บ้านตรูนะเฟ้ย

คือไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่แล้วอ่ะ

ไม่ต้องยกเสาเอกก็ได้ สร้างไปเลยก็ได้

แต่ทีนี้ผู้รับเหมาเค้าถือเรื่องฤกษ์ยามไง ก็เลยทำ เพื่อความสบายใจของคนทำ

หลังจากทำพิธีเสร็จก็กลับบ้าน แล้วก็นอน นอน นอน นอน บังอรเอาแต่นอน

ก็มันเมื่อยนี่นา



วันจันทร์ ก็มาทำงานด้วยความเมื่อยล้า เนื่องจากความปวดเมื่อย

มันทวีคูณขึ้น เห็นแต่ละคนมาทำงาน บ้างก็เดินกะเผลก

บ้างก็อิดโรยอย่างเห็นได้ชัด บางคนไม่มาทำงานเลยก็มี

ยิ่งไปกว่านั้น คนที่เล่นแค่นิดหน่อย เห็นคนอื่นเค้าเดินกะเผลก

ก็กะเผลกตาม บ่นปวดเมื่อยไปกะเค้าด้วย

แต่พอลืมตัวว่าตัวเองต้องทำเป็นเจ็บ ก็เดินปกติซะงั้น ขำ ขำ





เมื่อวานนี้ ว่าจะเข้ามาอัพไดฯ

กลับมีงานด่วน ต้องมานั่งแปลเอกสารนาย

กับทำงานด่วนอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะ

เบื่อมาก กับไอ้งานด่วนเนี่ย ไม่รู้จะด่วนอะไรนักหนา

ด่วนมากทำไมไม่ทำเองฟะ มาใช้คนอื่นเค้าทำ ทำไม ไม่เข้าใจ

แล้วก็มาอ้างนาย ว่านายมาถาม แล้วมาใช้ตรูทำงาน

งานของเราก็มีนะว้อย แล้วต้องมาทำงานให้คุณเธอก่อน

มาแทรกตารางงานเราซะงั้น เบื่องานด่วนนนนน




เมื่อวานเย็น ไข่หวานมาเจอด้วย เนื่องจากไม่ได้เจอกันนาน

เจอหน้ากันก็เม้าท์ๆๆๆๆๆ ตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง ถึง เกือบ 3 ทุ่ม

ผลัดกันเม้าท์ แทบลืมหายใจ เพราะต้องทำเวลา เอิ๊กกกก เดี๋ยวดึก

น้ำลายแตกฟอง กระเซ็นซ่านทั่วร้านกาแฟเลย เมื่อวานนี้






2005/Sep/15




และแล้วฝนก็ตกครบ 24 ชั่วโมง

ตกตั้งแต่ 3 ทุ่มคืนก่อน ถึงตอนไหนไม่รู้

เพราะเมื่อคืนนี้นอนตอนเที่ยงคืนยังไม่หยุดตก

แต่พอตื่นนอนตอนเช้ามาก็หยุดตกแล้วค่อยยังชั่วหน่อยเนอะ

เมื่อวานนี้ทั้งวัน นกก็เลยเป็นสาวน้องกางร่มทั้งวันทั้งคืน




หุ หุ ประมาณในรูปนี้แระ เอิ๊กกกก

และจากการต้องกางร่มทั้งกลางวันและกลางคืนก็ทำให้พบว่า

ทางเท้าในกรุงเทพเนี่ย มันช่างทำให้เดินลำบากยิ่ง

เพราะ นอกจากจะมีรถเข็นขายของ บนทางเท้าแล้ว

ยังมีเสาไฟฟ้า และเสาป้ายอะไรต่างๆ ตั้งอยู่บนทางเท้า

ตรงกลางทางเดินด้วยนะ






คือก่อนหน้านี้ก็เดินไม่รู้สึกอะไรอ่ะนะ

แต่พอกางร่มเดินเนี่ย รู้สึกว่ามันเกะกะมาก

แล้วยิ่งถ้ามีคนเดินสวนมาด้วยนะ

โอว้ววว อย่าได้พูดถึง กางร่มก็กางร่มเหอะ

มันก็ยังเปียกอ่ะค่ะ เพราะว่ามันต้องเอาร่มหลบร่มอีกคัน

ไหนจะเกะกะเสาอีก เมื่อวานนี้นกก็เลยมาถึงออฟฟิศด้วยสภาพเปียกปอน

เหมือนไม่ได้กางร่มมางั้นน่ะ





อีกสิ่งหนึ่งที่มาคู่กับฝนก็คือ อารมณ์เหงาค่ะ

ไม่รู้จะเหงาอะไรนักหนา ต่อให้มีคนให้คิดถึงก็เหอะ

หรือว่ากำลังสนุกสนาน ยิ้มร่าอยู่

แต่เมื่อสายฝนโปรยเมื่อไหร่ล่ะก็ ความเหงามันบังเกิดขึ้นทุกทีค่ะ

มองออกไปนอกระเบียง เห็นสายฝน

ทุกอย่างอยู่ในความเงียบ ฟังเพลงช้าๆนะ

โอ๊ยยยยยยยย สุดจะบรรยาย เหงาอะไรอย่างนี้

ทำเอาน้ำตาพาลไหลได้ง่ายๆเลยค่ะ อารมณ์นั้น

จะว่า sensitive ก็ไม่ใช่นะ แต่บรรยากาศมันพาไปอ่ะค่า เอิ๊กกกก เนอะ

เหงาวุ๊ย เหงา เหงา เหงา

ความเหงานี่ตัวตนมันเป็นยังไงน๊า ทำไมมันช่างมีอิทธิพลต่อจิตใจได้มากมายถึงเพียงนี้





ยิ่งฟังเพลงนี้นะ ยิ่งตอกย้ำอารมณ์เหงาสุดๆไปเลย อยากร้องไห้อ่ะ แง้ๆๆๆ






ใครอยากทราบวิธีลงเพลง ไปศึกษาได้ที่ Blogของดีเจแซนด์วิชได้เลยค่ะ


ขอขอบคุณพี่เอ๋ คุณแม่น้องโชแปงสำหรับคำแนะนำในการแก้ไขบล๊อคค่ะ


มาฟังเพลงนี้ แล้วเหงาร่วมกันเถอะค่ะ มาแชร์ความเหงากันดีกว่า

2005/Sep/14



มีเพื่อนกะเค้าคนหนึ่ง หน้าตาน่ารัก

ตากลม ผมยาว ปากนิด จมูกหน่อย คุยเก่ง อัธยาศัยดี

มีชื่อว่า ไข่หวาน ชอบช่วยเหลือผู้อื่น

แม้ตัวตายก็ยอม ขอให้ได้ช่วยคนอื่น

(หน้าตามันเป็นแบบนี้อ่ะค่ะ)


มีข้อเสียนิดเดียว คือ เลือกแฟนผิด ก๊ากกกกก

แฟนมันขี้หึงมากกก หึงแม้กระทั่งเราซึ่งเป็นเพื่อน

และอีกนิดนึง ทำไมมันชอบเบี้ยวจัง (วะ)

ทีนัดคนอื่นไม่เห็นเบี้ยวเลย วางแผนเป็นอย่างดี

แล้วพอนกโทรไปหา ก็พร่ำบอกว่า ไม่ได้เจอ คิดถึงจัง

เอาไว้มาเจอกันนะ พอนัดวันเจอ มันก็ไม่มาซะงั้น

ให้กุรอเก้อ เสมอเลยนะ บอกว่าจะโทรมาก็ไม่โทร

โทรไปมันก็ไม่รับ เซ็งว้อยยยยยย คือไม่ชอบรออ่ะ

เข้าใจป่ะ มาไม่ได้ก็โทรมาบอกว่ามาไม่ได้

ก็ไม่ว่าอะไรนะ แต่คือนี่ไม่มีคำตอบ ก็ต้องรอไง

แล้วไปไหนก็ไม่ได้ กลัวเพื่อนมา แล้วไม่เจอ





โชคดีที่เมื่อวานเย็นโทรหาจุ๊บ จุ๊บเพิ่งทานข้าวเย็นเสร็จ

แล้วจุ๊บก็บอกว่า พอดีเลย เดี๋ยวออกมาหา

คือเมื่อวานนี้ถ้าไม่มีจุ๊บมา กุจะไม่ให้อภัยเมิง อิไข่ ฮ่า ฮ่า

แล้วก็เตรียมขนมไป 2 อันด้วย กะจะให้ไข่อันนึง ให้จุ๊บอันนึง

แต่เมิงไม่มาอิไข่ กุเลยให้จุ๊บหมดเลย

อดแหลก เลย สม

โอ๋ โอ๋ โอ๋ ล้อเล่นนะ

ไม่เป็นไร เดี๋ยวกุซื้อให้ใหม่น๊า





ขณะที่กำลังนั่งเซ็งอยู่กะจุ๊บ

เสียงริงโทน ก็ดังขึ้นมา

"หยุดไม่ได้แล้วววววว ทุกอย่าง ใจของฉันนั้นรักเธอ

ตั้งแต่เราได้พบหน้า สบสายตา กันและกัน"

เพลงนี้ตั้งเป็นเสียงริงโทนของไข่หวาน ฮี่ ฮี่ เพราะมันชอบ P.O.P

แล้วกลับเสียงอ่อยๆ แว่วมาว่า

Khai : "เราไปลองเล่นโยคะ ที่ California Fitness มา" เนี่ยเพิ่งกลับมาออฟฟิศ

Nok : อืม...เหรอ

Khai : แล้วนี่อยู่ไหนเนี่ย อยู่กะใคร

Nok : อยู่ที่ร้านกาแฟ กะจุ๊บ

Khai : อุ๊ยยย จริงเหรอ จุ๊บอยู่ด้วยเหรอ (ทำเสียงตื่นเต้น)

Nok : อือ

Khai : วันนี้มันดึกแล้วอ่ะนะ เอาไว้เจอกันวันอื่นนะ

Nok : อือ แต่อาทิตย์นี้กุไม่ว่างแล้วนะ

Khai : อ้าวแล้วจะไปไหนอ่ะ

Nok : วันพุธจะไปร้องเกะ กะจุ๊บ วันพฤหัส ไปร้องเกะกะพี่ตุ๊ก

Khai : ไปร้องที่ไหนอ่ะ วันพุธ

Nok : ไปเมเจอร์รัชโยธิน มั้ง

Khai : แล้วไงพรุ่งนี้จะโทรหานะ

Nok : อือ อือ งั้นแค่นี้ก่อนนะ

(วางสาย)

แว๊กกกกกกกกกกก อีกแล้วนะ จะโทรหาอีกแล้วนะ

ถ้าเมิงไม่โทรมา เมิงตาย อิไข่ (อารมณ์ตอนนั้น)

แล้วพอหายงอน ก็คิดว่า อือ เพื่อนไปออกกำลังกาย เป็นผลดีต่อสุขภาพ

ไปเผาผลาญไขมันออก ถ้ามันมานั่งดื่มกาแฟกะเรา ก็คงไปเพิ่มไขมันให้มัน

ยังไงออกกำลังกายก็ดีกว่ากินกาแฟ คิดได้ดังนั้น

ก็ให้อภัย กุอภัยเมิงนะอิไข่ แต่กุยังอยากเจอนะว้อยยย

ไม่ได้เจอกันนานแว๊วววว

สุดท้ายแล้วกุก็อภัยเมิงทุกที ครั้งที่เท่าไหร่แล้วเนี๊ยยยยยยย ห๊า

ถึงแม้กุจะเซ็งเมิง แต่เมิงก็ทำให้กุไปเจอเมิงได้ทุกทีล่ะสิน่า

นี่ถ้าไม่รักจริง แก้แค้น เอาคืนไปแล้วนะ(โว้ย)

บ่นอีกตามเคย เอิ๊กกกกกกกกกกกกกกกก






Thank you นะจุ๊บ ที่เมื่อวานมานั่งคุยกะเรา

เอารูปที่ถ่ายกะลานนามาให้ดู อิอิอิ

อิไข่ กุมาบ่นเฉยๆ ถ้าหาไดฯกุเจอ แล้วอ่านเจอ กุจะบอกว่า

แค่บ่นจริงๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก โกรธเมิงไม่เคยได้ซะทีวุ๊ย คิดถึงง่ะ